"ปลวก" สร้างความเสียหายให้กับตัวบ้าน กัดกินโครงสร้างไม้ ประตูไม้ วงกบไม้ บันไดไม้ พื้นไม้ รวมถึงกระดาษ เอกสาร หนังสือ ฯ
ในประเทศไทยเรา ส่วนมากเป็นปลวกใต้ดิน ซึ่งรังของมันอาศัยอยู่ใต้ดิน
หากเกิดปัญหาปลวกแล้วมักต้องทำการเจาะพื้นเพื่อฉีดน้ำยากำจัดปลวกลงดิน
แน่นอนว่า "กันไว้ดีกว่าแก้" การป้องกันไม่ให้ปลวกขึ้นบ้าน จึงเป็นเรื่องพื้นฐานที่บ้านใหม่ทุกหลังควรทำ
การทำระบบป้องกันไม่ให้ปลวกขึ้นบ้าน คือการสร้างแนวป้องกันในดิน ใต้บ้านของเรา ไม่ให้ปลวกเดินจากรังใต้ดินขึ้นมาที่บ้านของเราได้
"ระบบท่อปลวก" เป็นระบบที่ติดตั้งอยู่ใต้พื้นบ้าน ประกอบไปด้วยส่วนประกอบหลัก ดังนี้
- ท่อ HDPE - สำหรับลำเลียงน้ำยาเคมีไปยังหัวปล่อยน้ำยา
- หัวปล่อยน้ำยา - กระจายน้ำยาลงสู่ดิน คล้าย ๆ สปริงเกอร์รดน้ำ
- จุดอัดน้ำยา - จุดสำหรับเติมน้ำยาเข้าระบบ อยู่ภายนอกบ้าน
ระบบท่อปลวกนี้ ช่วยป้องกันปัญหาเรื่องปลวกในระยะยาว เพราะสามารถเติมน้ำยาป้องกันปลวกได้โดยไม่ต้องเจาะพื้นบ้านภายหลัง
สำหรับรายละเอียดของระบบท่อปลวก อ้างอิงตามมาตรฐาน ม.สยธ.2207-11-61 การป้องกันปลวกสำหรับอาคารสร้างใหม่
มีรายละเอียดดังนี้
ติดตั้งระบบท่อปลวกเมื่อใด
- เทคอนกรีตคานคอดินเสร็จแล้ว
- ถอดแบบออกแล้ว
- เคลียเศษไม้ ซากพืช กระดาษ แผ่นฝ้า ผ้า เสื่อ หรืออาหารของปลวก ออกให้หมด
ตำแหน่งการติดตั้งระบบท่อปลวก
- ติดตั้งท่อน้ำยากับคานด้านใน ยึดให้แข็งแรงด้วยแคลมป์ทุกระยะไม่เกิน 80 ซม.
- สำหรับบ้านที่คานวางบนดิน ติดตั้งท่อน้ำยาเคมีให้สูงกว่าท้องคาน 10 ซม.
- สำหรับบ้านที่คานฝังอยู่ในดิน ติดตั้งท่อน้ำยาเคมีให้ต่ำกว่าดินไม่เกิน 10 ซม.
- หัวปล่อยน้ำยา ติดตั้งห่างกันไม่เกิน 1 เมตร
- จุดอัดน้ำยา ติดตั้งด้านนอกของบ้าน ให้สูงกว่าพื้น 10 ซม. มีหัวปิดเรียบร้อย
หลักการฉีดน้ำยาเคมีป้องกันปลวก
- การฉีดอัดน้ำยา ทำได้เมื่อถมดินปรับระดับเรียบร้อย และไม่ให้มีการขุดดินออกหรือเติมดินใหม่เข้าไปอีก
- รอบการเติมน้ำยา ให้เป็นไปตามคำแนะนำจากผู้ผลิตสารเคมี ที่พบได้ทั่วไปมีทั้งแบบเติมน้ำยาทุก 6 เดือน และทุก 1 ปี
- ควรฉีดน้ำยารอบนอกตัวอาคารควบคู่กันด้วย เพื่อสร้างแนวป้องกันปลวกจากภายนอก โดยฉีดให้ทั่วตลอดแนวกว้าง 1 เมตรโดยรอบอาคาร